ตาราง ฮิรางานะ & คาตาคานะ

เจาะรหัสอักษรญี่ปุ่น 46 ตัวแรก (Gojuon) ประตูด่านแรกสู่การอ่านเขียนได้ 100%

คุณกำลังจะเริ่มต้นเดินทางในโลกของภาษาญี่ปุ่นใช่ไหม? สิ่งแรกที่คุณต้องเอาชนะให้ได้ก่อนไวยากรณ์หรือคำศัพท์ใดๆ คือ "ระบบตัวอักษร" ภาษาญี่ปุ่นมีความซับซ้อนที่สุดในโลกระดับหนึ่ง เพราะมีตัวอักษรถึง 3 ประเภทใช้ปะปนกันในประโยคเดียว (ฮิรางานะ, คาตาคานะ, คันจิ)

แต่ข่าวดีก็คือ! หากคุณจำ ฮิรางานะ (Hiragana) และ คาตาคานะ (Katakana) ที่มีอย่างละ 46 ตัว (รวม 92 ตัว) ได้ คุณก็จะสามารถ "ออกเสียง" คำศัพท์ทุกคำในพจนานุกรมญี่ปุ่นได้ทันที!

🌸 ฮิรางานะ (Hiragana)

ลักษณะ: เส้นโค้งมน พลิ้วไหว ดูอ่อนหวาน
หน้าที่: คือ "แกนหลัก" ของภาษาญี่ปุ่น ใช้เขียนคำศัพท์ญี่ปุ่นแท้ๆ เช่น あした (Ashita - พรุ่งนี้), ใช้เขียนไวยากรณ์/คำช่วย และใช้เป็นคำอ่าน (Furigana) แปะบนหัวคันจิ

(ตัว 'อะ' แบบฮิรางานะ)

⚡ คาตาคานะ (Katakana)

ลักษณะ: เส้นตรง เหลี่ยม หักมุม ดูแข็งแกร่ง (เหมือนหุ่นยนต์)
หน้าที่: ใช้เขียน "คำทับศัพท์ภาษาต่างประเทศ" (Gairaigo) ที่ไม่ใช่ภาษาจีน เช่น テレビ (Terebi - ทีวี/Television), ชื่อคน/สถานที่ต่างประเทศ, และใช้เน้นคำให้สะดุดตาเหมือนตัวหนา (Bold) ในอนิเมะ

(ตัว 'อะ' แบบคาตาคานะ)

ตารางอักษร 50 เสียง (Gojuon - 五十音)

แม้จะเรียกว่าตาราง 50 เสียง แต่ปัจจุบันเหลือใช้จริงแค่ 46 ตัว (ถูกยกเลิกไปบางตัว) ตารางนี้จะอ่านจาก บนลงล่าง (สระ a, i, u, e, o) และ ขวาไปซ้าย (พยัญชนะ k, s, t, n...) *ตารางด้านล่างแสดงอักษร ฮิรางานะ เป็นหลัก

W (ว)R (ร/ล)Y (ย)M (ม)H (ฮ)N (น)T (ต/ช)S (ซ/ช)K (ค/ก)Vowel (สระ)
wa (วะ) ra (ระ) ya (ยะ) ma (มะ) ha (ฮะ) na (นะ) ta (ตะ) sa (สะ) ka (คะ) a (อะ)
ri (ริ) mi (มิ) hi (ฮิ) ni (นิ) chi (ชิ) shi (ชิ) ki (คิ) i (อิ)
wo (โวะ) ru (รุ) yu (ยุ) mu (มุ) fu (ฟุ) nu (นุ) tsu (ทสึ) su (ซุ) ku (คุ) u (อุ)
re (เระ) me (เมะ) he (เฮะ) ne (เนะ) te (เทะ) se (เซะ) ke (เคะ) e (เอะ)
ro (โระ) yo (โยะ) mo (โมะ) ho (โฮะ) no (โนะ) to (โตะ) so (โซะ) ko (โคะ) o (โอะ)
*ตัวสะกด น (N) พิเศษ: (อึน/อึม/อึง)
⚠️ จุดหักมุม (Exceptions) ที่ต้องระวัง!:
สังเกตตัวอักษรสีแดงในตารางให้ดี! มันจะไม่ออกเสียงตรงตามตัวแถวปกติ เช่น
- แถว S: ตัวที่สองไม่ได้อ่านว่า Si (ซิ) แต่อ่านว่า し (Shi - ชิ)
- แถว T: ตัวที่สองไม่ได้อ่านว่า Ti (ติ) แต่อ่านว่า ち (Chi - ชิ) และตัวที่สามไม่อ่านว่า Tu (ตุ) แต่อ่านว่า つ (Tsu - ทสึ... เสียงกัดฟัน)
- แถว H: ตัวที่สามไม่อ่านว่า Hu (ฮุ) แต่อ่านว่า ふ (Fu - ฟุ)

เทคนิคการจำ 46 ตัว ให้ได้ภายใน 1 วัน

คุณไม่จำเป็นต้องคัด 1 ตัว 100 จบ! วิธีที่เร็วที่สุดคือการจำแบบ "เชื่อมโยงภาพ (Mnemonics Image)"

นอกจากนี้ คาตาคานะ มักจะมีรูปร่างคล้ายกับฮิรางานะโดยตัดเส้นโค้งออก เช่น か (Ka) -> カ (Ka), き (Ki) -> キ (Ki) ให้จำควบคู่กันไปเป็นคู่แฝด จะช่วยประหยัดเวลาสมองได้ครึ่งหนึ่ง!

ตารางอักษรเป๊ะแล้ว? ลุยต่อที่ไวยากรณ์พื้นฐาน ➜

มุมมองเชิงลึกเพิ่มเติมสำหรับหัวข้อ hiragana katakana chart tutorial

เพื่อให้บทความนี้มีประโยชน์เชิงปฏิบัติมากขึ้นสำหรับผู้เรียนชาวไทย เราเพิ่มแนวทางใช้งานจริงที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีหลังอ่านจบ โดยยึดหลัก “อ่านแล้วต้องทำได้” ไม่ใช่เพียงอ่านเพื่อจำข้อมูลเท่านั้น จุดสำคัญคือการแปลงเนื้อหาให้เป็นกิจกรรมรายวัน เช่น การจดคำสำคัญ 5 คำต่อวัน การพูดออกเสียงตัวอย่างประโยคสั้น ๆ และการทบทวนแบบเว้นระยะในช่วงเช้า-เย็น เพื่อให้สมองบันทึกข้อมูลเป็นความจำระยะยาว

อีกส่วนที่คนไทยมักพลาดคือการเชื่อมเนื้อหาจากบทเรียนเข้ากับบริบทชีวิตจริง เช่น เมนูอาหาร ป้ายประกาศ ร้านสะดวกซื้อ หรือบทสนทนาออนไลน์ เราแนะนำให้สร้าง “คลังตัวอย่างของตัวเอง” โดยใช้ประโยคที่เกี่ยวกับงาน การเดินทาง และความสนใจส่วนตัว เพราะประโยคที่สัมพันธ์กับชีวิตประจำวันจะจำง่ายกว่า และเพิ่มความแม่นยำเวลาเจอสถานการณ์จริง นอกจากนี้ควรตั้งเป้าหมายเป็นรอบสั้น 7 วัน โดยวัดผลจากสิ่งที่ทำได้จริง เช่น อ่านได้กี่ประโยค เขียนได้กี่โครงสร้าง และฟังออกกี่คำ ไม่วัดจากจำนวนชั่วโมงอย่างเดียว

สุดท้าย การพัฒนาที่เร็วและยั่งยืนมาจากการวนลูป 3 ขั้นตอน: เรียนใหม่ → ใช้งานจริง → สรุปทบทวน หากทำครบลูปอย่างสม่ำเสมอ คุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนภายใน 2-4 สัปดาห์ และสามารถต่อยอดเนื้อหาบทนี้ไปสู่ระดับสูงขึ้นได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

เช็กลิสต์ฝึกใช้งานจริง 15 นาทีต่อวัน

ให้ตั้งเวลา 15 นาทีแล้วทำ 3 อย่างต่อเนื่อง: (1) อ่านออกเสียงประโยคตัวอย่าง 5 ประโยค (2) เขียนสรุปคำใหม่ 5 คำพร้อมความหมายไทย (3) ทวนเนื้อหาเมื่อผ่านไป 24 ชั่วโมง วิธีนี้ช่วยให้การเรียนไม่กระจายและวัดผลได้จริงในทุกสัปดาห์

🇯🇵 สุ่มขนมญี่ปุ่นยอดฮิตที่แนะนำโดยผู้พัฒนา!

ลองกดสุ่มดูไหมครับ? หากคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์นี้ ค่าคอมมิชชันส่วนหนึ่งจะช่วยสนับสนุนเรา (ราคาสินค้าเท่าเดิมครับ)
*เราไม่ได้เป็นผู้ขายโดยตรง เป็นเพียงการแนะนำสินค้าคุณภาพจาก Shopee เท่านั้น

Klook.com